เทคนิคเลือกร้านของเล่นเด็กให้ได้ของเล่นที่มีคุณภาพ

ปัจจุบันนี้ร้านขายของเล่นสำหรับมีเปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะว่าตลาดการขายสินค้าสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นขอใช้หรือของเล่นเด็กมีการเจริญเติบโตสูงมากในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของร้านของเล่นเด็กที่เพิ่มขึ้นจำนวน ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ต้องการซื้อของเล่นมาให้ลูกน้อยของตนเองได้เล่น แต่ว่าการเลือกร้านสำหรับซื้อของเล่นก็มีความสำคัญ เพราะว่าของเล่นจะอยู่ข้างกายลูกน้อยของเราตลอดเวลา ดังนั้นของเล่นทุกชิ้นจะต้องปลอดภัยต่อลูกน้อย ซึ่งการเลือกร้านขายของเล่นมีเทคนิคในการเลือกดังนี้

1.สินค้ามีฉลากชัดเจน

ของเล่นที่ดีจะต้องมีฉลากสินค้าติดอยู่ที่ตัวของเล่นหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่ของเล่น ซึ่งฉลากจะต้องระบุช่วงอายุสำหรับเด็กที่สามารถเล่นได้ ขนาดและลักษณะการเล่นของสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ซื้อได้ทำการพิจารณาของเล่นว่าเหมาะกับช่วงวัยของลูกหรือไม่ ดังนั้นร้านที่ขายของเล่นควรเป็นร้านที่ขายสินค้าที่มีคุณภาพสามารถตรวจสอบได้

BBtoys ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ

 

2.มีของให้เลือกมาก

ของเล่นสำหรับเด็กมีอยู่หลายชนิดและการเลือกซื้อสินค้าให้เด็กเล่นควรเลือกซื้อสินค้าที่แปลกใหม่อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับเด็กได้มากขึ้น ดังนั้นสินค้าที่อยู่ในร้านของเล่นเด็กควรมีให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มีตัวเลือกสำหรับการซื้อของเล่นให้ลูกได้มากขึ้น

3.มีผู้ให้คำแนะนำ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ลูกน้อยนับว่าเป็นแก้วตาดวงใจสำหรับท่าน ดังนั้นการเลือกซื้อของเล่นจึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะหากเลือกของเล่นที่ไม่เหมาะสมกับวัยอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยได้ ดังนั้นร้านที่ขายของเล่นที่ดีควรจะมีคนให้คำแนะนำเกี่ยวกับของเล่นที่จำหน่ายอยู่ว่าเหมาะสำหรับเด็กในช่วงวัยใด บอกถึงมีวิธีการเล่นและข้อควรระวังในการเล่นอย่างไรจึงจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับเด็ก ไม่ใช่ให้แต่ข้อดีเพราะต้องการขายสินค้า เพราะของเล่นแต่ละชิ้นจะได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัย ไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกวัย

การหาซื้อของเล่นเด็กตามร้านของเล่นเด็กเป็นเรื่องที่ง่าย เพราะร้านขายของเล่นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ร้านที่มีสินค้าคุณภาพดี มีให้เลือกหลายแบบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าอย่างตรงไปตรงมานั้นมีอยู่ไม่มาก ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าควรเลือกร้านจำหน่ายที่มีคุณภาพ เพื่อที่คุณจะได้ของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการลูกรักอย่างแท้จริง เพราะช่วงเวลาแห่งการพัฒนาสมองมีอยู่ไม่กี่ปี พ่อแม่จึงต้อใส่ใจเป็นพิเศษ ด้วยการสรรหาของเล่นมาให้ลูกรักได้เล่นและเรียนรู้ไปพร้อมกัน

คาถาเรียกจิตคนรักกลับ ให้รักเรา คิดถึงแต่เรา

เมื่อเรามีความรัก เราก็อยากที่จะประคับประคองและดูแลให้ดีที่สุด แต่ในบางครั้ง มันก็ไม่เป็นอย่างที่ใจคิด แล้วเราจะทำอย่างไร เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูขวางหูขวางตา หรือไม่ก็ เขาไม่ค่อยสนใจเราเหมือนเมื่อก่อน ถ้านี้คือสิ่งที่หนักอกหนักใจอยู่ วันนี้เรามีคาถาเรียกจิตคนรักกลับ มาฝากกัน รับรองว่า เขาหรือเธอจะต้องหันมารักคุณเหมือนเดิมแน่นอน

คาถานั้นมีเยอะมากจริงๆ เพราะว่าเป็นคาถาตามเชื่อของคนที่อยากเรียกจิตคนรักกลับมา ก็ไปสรรหาทั้งสำนักทรงเจ้า เกจิอาจารย์มากมาย ขอยกตัวอย่างมาให้ดูกัน วิธีการก็คือ ต้องเขียนชื่อเราและคนรักในกระดาษเล็กๆ และภาวนาตามคาถาต่อไปนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

นามานังสะมาโล ยุตตัดโถ ยุตตัดถะ นากาโร โหติ

สัมภโว อนุปะทิฏฐานัง วุตตะโยคะโต นะธา นะธา

หิตังเทวัง นะระเท เอหิ ปูชิตัง นะรานัง กามะปังเกติ นะมามิสุคะชิตังฯ

เป็นคาถาที่เรียกความรักหรือคนรักกลับมา ซึ่งหากคุณคิดว่าความรักมีปัญหาไม่เหมือนเดิม จึงอยากเรียกจิตของคนรักให้กลับมาก็ใช้คาถานี้ดู และยังมีคาถาเรียกจิตให้เขาคิดถึงเราด้วย นั่นคือ มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามาจิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ

เรียกจิตคนรัก

และคาถาเรียกจิตของคนรักให้กลับมา ให้หลับตาภาวนาและคิดถึงหน้าคนรัก น้อมจิตให้เขาหรือเธอมาหา และต้องภาวนาในช่วงเขาหรือเธอหลับอยู่ และต้องเชื่อมั่นในคาถาด้วย ว่าจะนำพาเขาหรือเธอกลับมาได้จริง แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาที่ทำร่วมกันมาด้วย ถ้าหมดบุญหรือวาสนาต่อกัน ร่ำร้องอย่างไรก็คงไม่มีวันกลับมา ให้ถือซะว่าทำบุญกันมาแค่นี้

ทั้งหมดนี้ คือ คาถาเรียกจิตคนรักกลับที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ แต่จะได้ผลหรือไม่ก็สุดแล้วแต่บุญวาสนานั่นเอง

ใช้ทางเรียกคนรัก โดยเวลาภาวนาให้หลับตา คิดถึงหน้าคนรัก และน้อมจิตคิดไปว่าเขาหรือเธออยากจะมาหาเรา เท่านี้คนที่โดนเรียกจะมีใจรู้สึกอยากมาหาเรา ควรใช้ภาวนาในช่วงเวลาที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่ จะใช้ได้ดีมากกว่าเวลาอื่นๆ ในขณะท่องให้ทำจิตทำใจเชื่อมั่นว่า พระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์นี้จะชักพาคนรักให้รีบเร่งมาหาคุณแต่จะเร็วแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับสมาธิและความเชื่อมั่นของคุณ แต่อยู่ในพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วยและวาสนาบุญกรรมด้วยนะคะ

ข้อที่ต้องรู้ก่อนการไปศัลยกรรมเกาหลี

STMstyle เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

อยากจะศัลยกรรม ต้องรู้อะไรบ้าง

STMstyle เอเจนซี่ศัลยกรรมเกาหลี

การศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับมากกว่าแต่ก่อน และมั่นใจได้มากขึ้น ว่าทำแล้วจะไม่เป็นอันตราย ทำให้การศัลยกรรมเป็นที่นิยมในคนที่รักความสวยความงามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องทำงานใช้หน้าตา อย่างดารา นางแบบ เป็นต้น แต่ละคนก็มักจะเพิ่มความสวยให้กับตัวเองด้วยการศัลยกรรมทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะแพงขนาดไหนก็ตาม

สิ่งที่เราควรจะคำนึงมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดในร่างกายของเราก็ตาม นั่นก็คือเรื่องของแพทย์ และเรื่องของสถานพยาบาลที่เราจะเข้าไปทำ เราจะต้องเลือกที่ที่มันน่าเชื่อถือ และได้การยอมรับ และมีใบรับรองอย่างถูกต้องด้วยเท่านั้น ที่ที่เรามั่นใจได้มากที่สุด

นั่นก็คือการศัลยกรรมที่เกาหลีนั่นเอง คนไทยหลายๆคนนิยมบินไปเสริมความงามที่เกาหลีกันทั้งนั้น เพราะสามารถการันตีได้เลย ว่าออกมาสวยแน่นอน

การเลือกจะศัลยกรรมอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะมากจะน้อย เรื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้บางครั้งการไปศัลยกรรมเกาหลีมันอาจจะราคาแพงมากกว่าการทำที่เมืองไทยก็ตาม มันก็ไปไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียดายมากเท่าไหร่ เพราะถ้าทำออกมาแล้วมันสวยมันก็คุ้ม

ดีกว่าเราไปเลือกทำที่ราคาถูก แบบนั้นอันตรายมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือแม้แต่เรื่องของการที่เราต้องเสียเงินในการแก้ไขซ่อมในกรณีที่มันผิดพลาด

ทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี STMstyle

สิ่งที่เราจะต้องคำนึงให้มากที่สุด เกี่ยวกับเรื่องการเสริมความงามต่าง ๆ คือเราอย่าเอาเรื่องของราคามาเป็นตัวตั้งว่าเราจะเลือกทำที่ที่มันราคาถูกอย่างเดียวเท่านั้น เพราะของดีที่มันราคาถูก ส่วนมากมันไม่มีอยู่จริง

หลายคนแล้วที่เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการศัลยกรรมในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน แล้วเกิดผลเสีย ไม่ว่าจะเป็นการเน่า หรือเสียโฉม แม้แต่การเสียชีวิตก็ตาม

เพราะคนเหล่านั้นเขาเลือกศัลยกรรมกับที่ที่ราคาถูกอย่างเดียว ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก ก็เลยมีผลเสียหลายอย่างตามมาอย่างที่เราเห็น และบางอย่างมันก็ไม่สามารถที่จะแก้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ด้วย ทำให้บางคนต้องทนอยู่กับการเสียโฉมหรือความผิดพลาดนั้นไปตลอดชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น

ฉะนั้นการจะเลือกสถานที่ที่เราจะเสริมความงาม อย่างแรกที่เราต้องดูนั่นก็คือเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก อย่างเช่นการศัลยกรรมที่เกาหลี เรามั่นใจได้เต็มที่ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแน่นอน เพราะหมอที่นั่นเขาเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว หากเราหาข้อมูลให้ดีๆก่อน ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลในเรื่องนี้เลย

อยากจะแนะนำคนที่ต้องการอยากจะทำศัลยกรรมว่าต้องไปที่ STMstyle เพื่อได้บริการการศัลยกรรมที่ดีและคุ้มค่ากับราคา ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดในร่างกายของเรา สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก่อนการทำ เราต้องปรึกษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเสียก่อน ว่าการทำศัลยกรรมต่าง ๆนั้นมีผลดีผลเสียอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง เราต้องเลือกการศัลยกรรมแบบไหนที่จะเข้ากับตัวเรามากที่สุด

และเรื่องของราคาเองก็เช่นกัน ไม่ควรจะเลือกที่ที่มันราคาถูกเป็นอันดับแรก ราคาในการเสริมความงามนั้นควรจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราคำนึงถึง ถ้ามันดีจริง ทำออกมาแล้วสวยจริง แพงก็ไหนเราก็ไม่เสียดายเงิน

 

เทคโนโลยียอดฮิตของคนในปัจจุบัน

เทคโนโลยียอดฮิตของคนในปัจจุบัน

ในตอนนี้กระแสในเรื่องของเทคโนโลยีนั้นมาแรงอย่างมากที่สุดเลยในชีวิตประจำวันทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเลยที่เราไม่ควรมองข้าม การที่เรามองเรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่สำคัญนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ในปัจจุบันนี้เมื่อรู้ว่าเทคโนโลยีกำลังมาแรงนั้นก็เป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจและความใส่ใจในเรื่องต่างๆอย่างมากที่สุดเลย

สินค้าไอทีต่างๆนั้นก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอีกด้วยที่ใครหลายๆคนนั้นไม่ควรมองข้ามควรที่จะสนใจและใส่ใจให้มากๆเลย                 หลายๆคนอาจจะคิดว่าเทคโนโลยีนั้นมีอะไรบ้าง หลายๆคนก็คงยังไม่เข้าใจจะบอกเลยว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องที่ใครๆให้ความสนใจและใส่ใจกันอย่างมากที่สุดเพราะว่าเทคโนโลยีนั้นสามารถที่จะทำกำไรให้กับเราในอนาคตได้อย่างมหาศาล ทุกๆอย่างทุกๆเรื่องนั้นมีความล้ำค่าล้ำสมัยมากขึ้นหากพูดถึงโทรศัพท์เทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

ในสมัยนี้มีเรื่องใหม่ๆมากมายเลยบางคนก็ช่างคิดระบบที่แปลกใหม่เข้ามาเพื่อให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่เรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยนั้นก็เพื่อที่จะให้เราได้สัมผัสกับอะไรที่ใหม่ๆที่ทำให้เราได้เรียนรู้และได้รับรู้ว่าไม่มีอะไรที่จะอยู่คงที่ทุกๆอย่างนั้นก็ต้องมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะทำมันอย่างไร

เทคโนโลยียอดฮิตที่มาแรงในปัจจุบันนี้ก็อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือกับพวกแท๊บเล็ตซึ่งทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีอันนี้มากที่สุด หลายๆอย่างหลายๆเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องขวนขวายหากเราได้เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีแล้วหล่ะก็เชื่อว่าเราจะไม่มีทางที่จะอดตายเลย ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจอย่างมากที่สุด

อย่างในส่วนของคอมพิวเตอร์นั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะคอมพิวเตอร์เป็นไอทีที่ใครๆก็จำเป็นต้องใช้งานและทำการทดลองโหลดโปรแกรมต่างๆมาใช้การที่เป็นโปรแกรมเมอร์ก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเราสามารถที่จะเขียนโปรแกรมได้เองและทำให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น ทุกๆอย่างนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยสำหรับด้านไอทีนี้

โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนี้ก็มีสิ่งที่อำนวยความสะดวกที่ล้ำเลิศมากด้วยการสแกนใบหน้าหรือการสแกนนิ้วทุกอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราได้มีความสุขสบายมากยิ่งๆขึ้นไปอีกด้วย

 

เกร็ดเล็กน้อยของลูกมังกร ไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก และเรื่องน่ารู้ของ “ตี่จู่เอี้ย”

ตี่จู่เอี้ย

เชื่อว่าเหล่าลูกหลานที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลาย น่าจะคุ้นเคยกับภาพของศาลเจ้าขนาดเล็กที่วางอยู่ที่พื้นตรงกลางบ้านกันเป็นอย่างดี เราอาจเรียกได้ว่าศาลนี้ก็คือศาลเจ้าที่หรือศาลพระภูมิประจำบ้านตามคติไทย แต่คนไทยเชื้อสายจีนเรียกศาลเจ้าที่ประจำบ้านว่า “ตี่จู่เอี้ย” เป็นที่สถิตของเทพเจ้าประจำบ้าน การไหว้บูชาก็ถือเป็นการทำความเคารพและเพื่อเสริมความเป็นมงคลกับตนเองและครอบครัว ธรรมเนียมการไหว้ตี่จู่เอี้ยจริง ๆ แล้วมีการสืบทอดเป็นภูมิปัญญากันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในปัจจุบันอาจจะมีลบเลือนและเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย ดังนั้น ถ้าลูกหลานมังกรมีการซื้อบ้านหรือที่อยู่ใหม่แล้วมีการตั้งศาลตี่จู่เอี้ย ก็คงอยากจะรู้วิธีการไหว้บูชาอย่างถูกต้อง อย่างการไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก หรือต้องจัดของไหว้อย่างไร ครั้งนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ มาบอกกัน

เรื่องควรรู้การตั้งศาลตี่จู่เอี้ย

การตั้งศาลตี่จู่เอี้ย

ก่อนจะไปถึงเรื่องการไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก หรือต้องจัดของไหว้อย่างไร สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยจะต้องรู้เรื่องหลักของการตั้งศาลตี่จู่เอี้ยก่อน หากหนุ่มสาวลูกมังกรซื้อบ้านใหม่ อยากหาซื้อศาลเจ้าที่ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านที่ทำศาลเจ้าที่ขาย ปัจจุบันมีอยู่หลายแห่ง ขนาดโดยทั่วไปของศาลตี่จู่เอี้ยคนจีนนิยมทำขนาดให้ตามเลขมงคลของจีน ก็จะมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 12, 16, 18, 24 นิ้ว จะเลือกเท่าไหร่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดและพื้นที่ของบ้าน พื้นที่จะจัดวางศาลรวมไปถึงพื้นที่ที่จะวางอาหาร เครื่องน้ำชา และกระถางธูปด้วย การตั้งศาลนั้นถ้าได้ผู้มีความรู้มาช่วยก็จะดีมาก หากหาไม่ได้หรือไม่มีผู้มีความรู้ในด้านนี้มาช่วย เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการตั้งศาลตี่จู่เอี้ยเองได้ หลักการตั้งศาลตี่จู่เอี้ยนั้นก็จะยึดหลักคล้าย ๆ กับการตั้งศาลพระภูมิของคนไทยคือ จะตั้งไว้ชั้นล่างและให้ติดพื้นดินไว้ก็จะดีมาก เพราะคำว่า “ตี่จู่เอี้ย” นั้นถ้าแปลออกมาความหมายรวม ๆ แล้วก็คือ เทพเจ้าแห่งธาตุดิน ซึ่งตามหลักธาตุทั้ง 5 ของคนจีนแล้ว ธาตุดินถือเป็นรากฐานที่สำคัญของชีวิต คนเราใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนกับพื้นดิน ฉะนั้นจึงควรวางศาลตี่จู่เอี้ยบนพื้นดิน ทิศทางการวางก็ควรจะวางไว้บริเวณที่โล่งไม่อยู่ใต้ขื่อคาน ไม่ชิดประตูหรือ ไม่ชิดห้องน้ำ ห้องครัว

หลักการไหว้ตี่จู่เอี้ยให้ถูกต้อง

หลักการไหว้ตี่จู่เอี้ยให้ถูกต้อง

เมื่อมาถึงการไหว้เจ้าที่ตี่จู่เอี้ย คำถามแรก ๆ ที่คนมักสงสัยกันเลยก็คือ ไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก และต้องมีเครื่องไหว้อาหารเครื่องน้ำชาอย่างไรบ้าง หลักการไหว้ตี่จู่เอี้ยนั้นยึดตามหลักธาตุทั้ง 5 ของคนจีน จึงมีหลักจำง่ายๆ  ว่าเครื่องไหว้ต่าง ๆ พยายามให้ลงเลข 5 เข้าไว้ อย่างกระถางธูปนั้นนอกจากจะมีผงธูปแล้วภายในจะบรรจุด้วยธัญพืช 5 อย่าง คนจีนเรียกว่า โหง่วเจ่งจี้ เป็นของมงคล 5 ชนิด คือ ข้าวเปลือก ข้าวเหนียวแดง เมล็ดถั่วแดง เมล็ดถั่วเขียว และเมล็ดสาคู ข้างกระถางก็ควรแปะด้วยผ้าแดงที่เรียกว่า อังติ้ว ธูปที่ใช้ไว้ไหวก็จะใช้ 5 ดอก และก็มีเทียนแดง 1 คู่ อาหารเครื่องน้ำชา ก็จะจัดเป็นถ้วยเล็ก ๆ 5 ถ้วย อย่างถ้าเป็นอาหารก็จะนิยมจัดชุดไว้เป็น โหงวแซ ของคาว 5 อย่าง บางคนอาจจะชุดเล็กเพื่อความประหยัดจะเป็น ซาแซ ของคาว 3 อย่างก็ได้ และก็จะมีขนมต่าง ๆ เช่น ขนมอี้ ขนมจันอับ ลักษณะนี้เป็นการไหว้อย่างเป็นทางการในช่วงเทศกาล แต่ถ้าไหว้ประจำวันทั่วไป อาจจะมีแค่น้ำชา 5 ถ้วย ส้ม 5 ลูก กระดาษไหว้ 1 ชุดก็เพียงพอแล้ว

เหล่านี้เป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ารู้ของการไหว้เจ้าที่ตี่จู่เอี้ย ลูกหลานมังกรคนไหนที่สงสัยว่าไหว้เจ้าที่จุดธูปกี่ดอก ตอนนี้คงจะได้คำตอบกันแล้ว เมื่อรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องแล้วก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะ จะได้เสริมสิริมงคลในชีวิต และบ้านจะได้มีเทวดารักษาอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข

 

7 เทคนิคทางจิตวิทยาที่จะช่วยให้คนอื่นชอบคุณมากขึ้น

Friends

บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้เทคนิคที่จะทำให้ใครสักคนรู้สึกชอบหรือเป็นมิตรกับคุณ เป็นเทคนิคที่ใช้ได้จริงเพราะมีการวิจัยมาแล้ว แต่ว่าก็คงไม่ได้ถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายตกลงปลงใจเป็นแฟนคุณได้ แต่จะเอาไว้ใช้ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนในโรงเรียนและเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกับคนอื่นๆในสังคมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

1.เลียนแบบเขา

เป็นเทคนิคที่มีชื่อเรียกว่า “mirroring” โดยการเลียนแบบพฤติกรรมของคู่สนนทนา เช่นภาษากายที่ใช้ระหว่างสนทนา , ทาทาง และการแสดงสีหน้า แต่ก็ต้องทำโดยไม่ให้เขารู้ตัวหรือดูออกว่าจงใจจนเกินไปนะ

ในปี ค.ศ.1999 นักวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มีบันทึกลงในเอกสารชื่อว่า “chameleon effect” กล่าวถึงการที่ผู้คนเลียนแบบพฤติกรรมของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการเลียนแบบนั้นจะทำให้เกิดความรู้สึกชื่นชอบขึ้นมา

โดยอาสาสมัครชายหญิง 78 คน จะจับคู่ทำการทดลองกับอีกคนหนึ่งซึ่งจริงๆแล้วเป็นคนของทีมงานวิจัย ทีมงานได้ทดลองการเลียบแบบในระดับต่างๆ ในขณะที่มีการแอบถ่ายวิดีโอเอาไว้ เพื่อที่จะวัดระดับความชื่นชอบของอาสาสมัครที่มีต่อคู่สนทนา

ผลการทดลองออกมาเป็นเอกฉันท์ ว่าอาสาสมัครจะรู้สึกชอบคู่สนทนาที่แอบเลียนแบบท่าทางของพวกเขา

2.ใช้เวลาร่วมกันกับเขาให้มากขึ้น

อ้างอิงจากทฤษฏี “mere-exposure effect” ระบุว่า “ผู้คนจะชอบสิ่งที่มีอะไรเหมือนตัวเอง”  ซึ่งความรู้นี้กลายเป็นปรากฏการณ์ในช่วงปี ค.ศ.1950 เลยทีเดียว เมื่อนักวิจัยของ MIT ค้นพบว่าเด็กมหาลัยที่พักอยู่ในบ้านพักติดๆกันมีโอกาสที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่าเด็กที่อยู่ในบ้านหลังที่ไกลออกไป

นั่นก็เพราะพวกเด็กที่ไกล้ชิดกันจะมีโอกาสได้มีประสบการณ์ที่ดีและได้มีปฏิสัมพันธ์กันทุกวัน เช่นการทักทายเวลาใช้ห้องครัวห้องเดียวกัน และจะค่อยๆพัฒนาความเป็นเพื่อนไปเอง

ผลการทดลองของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก ให้อาสาสมัครหญิง 4 คนปลอมตัวเป็นเด็กมหาวิทยาลัยเข้าไปเรียนจิตวิทยา โดยผู้หญิงแต่ละคนจะเข้าออกจากห้องเรียนบ่อยเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน และเมื่อผู้วิจัยได้ทดลองแสดงรูปภาพของผู้หญิงทั้ง 4 คน ปรากฏว่าพวกผู้ชายในห้องเรียน มีความรู้สึกสนิทกับพวกเธอซึ่งเข้าเรียนเป็นประจำทั้งๆที่ไม่เคยทักทายกัน

3.การกล่าวชมผู้อื่นให้เขาได้ยิน

ผู้คนจะเอาคำพูดของคุณเวลาที่คุณพูดถึงผู้อื่นมาใช้สรุปว่าคุณเป็นคนยังไง มันคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “spontaneous trait transference”  ดังนั้นเราจึงต้องระวังคำพูดของตัวเองเวลาพูดถึงคนอื่นให้ใครฟัง ถ้าคุณพูดถึงคนอื่นในแง่ดีคนจะมองคุณในด้านบวก แต่ถ้าคุณพูดถึงคนอื่นในแง่ลบ คนที่ได้ฟังก็จะรู้สึกกับคุณในด้านลบ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วคุณจะเป็นคนดีก็ตาม

4.พยายามอารมณ์ดีตลอดเวลา

คนเราจะได้รับอิทธิพลจากสภาวะอารมณ์ของคนใกล้ตัว อ้างอิงจากการค้นพบของมหาวิทยาลัยโอไฮโอและมหาวิทยาลัยฮาวายพบว่า ผู้คนมีความสามารถที่รับรู้ได้ถึงสภาวะอารมณ์ของคนไกล้ตัว โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ใครมีความสุขเวลาอยู่ใกล้คุณ ตัวคุณก็ต้องมีความสุขด้วย

5.จงเป็นเพื่อนกับเพื่อนของเขา

นี่เป็นทฤษฏีที่ถูกตั้งขึ้นมาในยุคของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเราจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “triadic closure” คือการที่คนสองคนจะมีความรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้นถ้าหากว่าพวกเขามีเพื่อนคนเดียวกัน ซึ่งมีการทดลองจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียพบว่าผู้คนที่ใช้งาน Facebook มีโอกาสที่จะรับใครสักคนเป็นเพื่อนมากขึ้นถึง 80% ถ้าหากมีเพื่อนคนเดียวกันประมาณ 11 คน

6.อย่าพูดชมเชยอยู่ตลอดเวลา

การกล่าวชมมากเกินไปก็ไม่ดี พูดชมเชยไปหมดทุกเรื่องก็ไม่ดีอีก ซึ่งในทฤษฏี “gain-loss theory” ได้บอกไว้คำชมเชยจะใช้ได้ผลต่อเมื่อพูดออกมานานๆครั้งเท่านั้น  ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมินนิโซตา จากอาสาสมัครที่มาทดลองถูกคนอื่นวิจารณ์ พบว่าไม่มีใครอยากเก่งกว่าคนอื่นไปทุกเรื่อง พวกเขาแค่อยากชนะคนอื่นในบางเรื่องเท่านั้น

7.จงมีความคิดเห็นแบบเดียวกับเขา

ถึงแม้ว่าคุณจะแค่แกล้งทำก็ตาม หมายถึงในกรณีที่คุณจำเป็นต้องทำให้เขาชอบคุณจริงๆเพื่อทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น มันมีทฤษฏีชื่อ “similarity-attraction effect” ซึ่งมาจากผลการทดลองที่มีการค้นพบว่าพวกนักศึกษาที่อาศัยอยู่ในห้องพักเดียวกันจะมีความรู้สึกชอบกันมากขึ้นเมื่อมีความคิดเห็นในเรื่องต่างๆที่คล้ายคลึงกันหรือมีน้ำหนักเท่ากัน เช่นเรื่อง เซ็กส์ , การเมือง และอื่นๆ

 

5 ข้อเท็จจริงของ “ปลวก” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Termites

ปลวกเป็นแมลงที่ใครต่อใครก็เกลียดแน่นอนเพราะว่าบางชนิดชอบกินไม้ในบ้านสร้างความเดือนร้อนเสียหายได้อย่างมากมายแต่พวกเรารู้จักปลวกน้อยเกินไป เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวแสบชนิดนี้กลับมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางนิเวศวิทยาอย่างมาก แถมยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างพลังงานชนิดใหม่ๆในอนาคตอีกด้วย ในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาให้ได้อ่านกัน

1.ปลวกเป็นสัตว์ที่รวดเร็วที่สุดในโลก

ก่อนอื่นต้องบอกว่าแมลงก็ถือว่าเป็นสัตว์นะครับ แล้วก็ขอแสดงความเสียใจกับพวกเสือชีต้าร์ด้วยเพราะว่าพวกมันไม่ได้เป็นสัตว์ที่รวดเร็วที่สุดอย่างที่ใครๆเข้าใจกัน ส่วนเจ้าของสถิติสัตว์ที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วที่สุดในโลกคือ “น้องปลวก” นั่นเอง เพราะว่าพวกมันสามารถขยับขากรรไกรด้วยความเร็วถึง 157 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้พวกมันจัดการกับศัตรูได้ด้วยการกัดแค่ครั้งเดียวเป็นการจู่โจมที่ยากแก่การหลบหลีก เมื่อเทียบกับการวิ่งของเสือชีต้าร์ซึ่งมีความเร็ว 76 ไมล์ต่อชั่วโมง แล้วถือว่าเด็กๆไปเลย

2.พวกมันเป็นเกษตรกร

ไม่ใช่มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ปลูกพืชผักทำฟาร์มไว้ผลิตอาหาร พวกปลวกมันก็สร้างฟาร์มได้เหมือนกันและทำกันมานานถึง 25 ล้านปีแล้วด้วย ในขณะที่มนุษยพึ่งจะเริ่มทำการเกษตรได้เพียง 23,000 ปีเท่านั้น พวกปลวกบางชนิดได้พัฒนาความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเชื้อราขึ้นมาและได้มีการเพาะปลูกเชื้อราใต้ดินเพื่อใช้เป็นอาหาร ถ้าหากว่าพวกตัวที่เป็นราชินีปลวกรุ่นใหม่จะบินจากไปเพื่อสร้างอาณานิคมขึ้นมาใหม่พวกมันจะเอาสปอร์เชื้อราติดตัวไปด้วยเสมอ

3.ร่างกายปลวกคือเหมืองจุลินทรีย์ชั้นดี

ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจแล้วว่าจุลินทรีย์มีบทบาทอะไรกับร่างกายมนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในโลก แต่ในกรณีของปลวกนั้นถือว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ นักวิทยาศาสตร์พบว่า 90% ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของปลวกนั้นไม่สามารถถูกค้นพบได้จากที่ใดในโลก เอาเฉพาะในข้อต่อลำไส้ของปลวกเพียงอย่างเดียวก็มีแบคทีเรียอาศัยอยู่ในนั้นประมาน 1,400 ชนิดเข้าไปแล้ว โดยพวกจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนแปลง ไม้ที่อุดมด้วยเซลลูโลสและหญ้าแห้งที่ปลวกกินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน แน่นอนว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ต้องการใช้ปลวกเพื่อเอามาใช้สร้างเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืช

4.พวกมันสามารถสร้างเครื่องปรับอากาศได้

ปลวกบางสายพันธุ์ได้พัฒนาวิธีการควบคุมสภาพอากาศในรังอย่างได้ผลมากขึ้นมาโดยจะสร้างปล่องระบายอากาศขึ้นมาที่ด้านบนสุดของรังปลวกโดยมีลักษณะคล้ายกับปล่องไฟ เจ้าสิ่งก่อสร้างนี้จะทำหน้าที่เหมือนเป็นปอดให้กับรังปลวกคอยระบายอากาศเข้าออก แถมยังทำให้อุณหภูมิข้างนอกรังและในรังเป็นไปในทางตรงกันข้าม ถ้าอุณหภูมิด้านนอกรังร้อนข้างในรังก็จะเย็น แต่ถ้าข้างนอกเป็นอากาศหนาวเย็นข้างในรังก็จะอบอุ่น

 5.ปลวกเกือบทั้งหมดไม่ใช่ศัตรูของเรา

โลกนี้มีปลวกประมาณ 2,800 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้มีความสนใจที่จะมากินไม้ในบ้านของเราเลย มันจะมีปลวกแค่เพียง 28 สายพันธุ์เท่านั้นที่ชอบกินบ้าน ในขณะที่อีกหลายพันชนิดมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศช่วยย่อยสลายต้นไม้ที่ตายแล้ว และช่วยทำให้ใต้ดินมีอากาศซึ่งเกิดขึ้นจากโพรงใต้ดินของพวกมัน เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินของพวกมันซึ่งกระจัดกระจายเต็มไปหมดจะช่วยให้อากาศในพื้นที่นั้นดีมากขึ้น ทุ่งหญ้าซาวันน่ามีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ก็เพราะว่ามีจอมปลวกอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าบางคนจะเกลียดพวกมันขนาดไหนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดำรงอยู่ของพวกปลวกนั้นสำคัญต่อโลกนี้อย่างแน่นอน

5 เรื่องน่ารู้ของ สุสานสำหรับทหารไร้นาม

Tomb of the unknown soldier

ในวันทหารผ่านศึกเมื่อปี ค.ศ.1921 ประธานาธิบดี วาร์เรน จี. ฮาร์ดิง ได้เข้าทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีฝังศพของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่สุสานแห่งชาติในเมืองอาร์ลิงตัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีศพของทหารไร้นามซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใครถูกฝังในสุสานแห่งนี้เพิ่มขึ้นมาอีก 3 คน เพื่อเป็นอนุสรณ์และได้รับการฝังศพอย่างเป็นพิธี โดยสุสานนี้มีชื่อว่า “Tomb of the Unknown Soldier” ในบทความนี้เราได้รวมเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับสุสานแห่งนี้ให้ได้อ่านกัน

1.มีศพทหารไร้นามจากสงครามโลกทั้งหมด 4 คนที่ได้รับเป็นตัวเลือกในการถูกฝังไว้ที่นี่

เพื่อที่จะสุ่มเลือกอย่างเท่าเทียม ศพของทหารไร้ชื่อทั้งสี่นายนี้ถูกขุดมาจากสุสานทหารอเมริกัน 4 แห่งที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศสพูดง่ายๆคือยังมีศพทหารไร้ชื่ออีกจำนวนมากที่ไม่ได้กลับประเทศ โดยมีทหารชื่อ Edward F. Younger ซึ่งได้รับเหรียญกล้าหาญมาทำหน้าที่ขุดหลุมให้ โดยเขาจะต้องเลือกฝังแค่เพียงศพเดียวเท่านั้น อีกสามศพที่เหลือจะได้รับการโปรยดอกกุหลาบสีขาวและส่งกลับไปฝังที่สุสานในฝรั่งเศสเช่นเดิม

2.ศพทหารไร้นามจากสงครามอื่นๆ

มีการคัดเลือกศพทหารไร้นามจากสงครามโลกครั้งที่สองด้วยเช่นกันเพียงแต่ว่าคราวนี้ทำการสุ่มศพทหารมาแค่เพียงสองศพเท่านั้น โดยเป็นศพของทหารเรือที่รบในมหาสมุทรแปซิฟิก 1 คน และเป็นทหารที่รบในน่านน้ำยุปโรปอีกหนึ่งคน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับเลือก ส่วนอีกคนถูกทำพิธีฝังลงในทะเล

นอกนั้นยังมีศพทหารไร้นามอีก 4 นายที่ร่วมรบในสงครามเกาหลี ถูกคัดเลือกเพียง 1 ศพ ฝังอยู่ใกล้ๆกับศพทหารไร้นามในสองครามโลกครั้งที่สอง

3.ภายหลังสามารถระบุตัวตนได้ 1 ศพเท่านั้น

เป็นศพของทหารไร้นามที่เข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม ภายหลังมีการตรวจ DNA พบว่าเขาคือทหารอากาศรูปหล่อชื่อว่า “Michael Joseph Blassie” เครื่องบินของเขาถูกทหารเวียดนามยิงตกในปี ค.ศ.1972 ถึงแม้ว่าจะสามารถระบุตัวตนได้แล้วแต่ทางญาติก็ตัดสินใจให้นำศพไปฝังไว้ที่สุสานแห่งชาติ “Jefferson Barracks” และก็ไม่ได้มีการคัดเลือกศพใหม่มาแทนเป็นอย่างใด เพื่อเป็นความหวังว่าในภายหลังจะมีการสามารถระบุตัวตนของศพทหารไร้นามได้

4.ก่อสร้างโดยช่างฝีมือในตำนาน

ทีมแกะสลักหินอ่อนที่ใช้สร้างสุสานสำหรับทหารไร้นามเป็นทีมเดียวกันกับที่แกะสลักหินให้กับอนุสรณ์สถานอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาคือพี่น้องตระกูล “Piccirilli” ซึ่งเคยตัดหินอ่อนสำหรับใช้สร้างรูปปั้นประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น และ รูปปั้นสิงโตหน้าห้องสมุด “New York Public Library” นอกจากนั้นยังแกะหินทำเป็นอนุสาวรีย์ในสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก และยังมีผลงานอื่นๆอีกมากมาย

5.มีการจัดเวรยามเฝ้าสุสานทหารไร้นามตลอด 24 ชั่วโมงมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1937

ทหารเฝ้าสุสานกลุ่มนี้มาจากกลุ่มทหารหน่วยที่ 3 ของกรมทหารราบสหรัฐอเมริกา พวกเขาถูกขนานนามว่า “The Old Guard” และพวกเขาเป็นกลุ่มทหารที่เก่าแก่ที่สุดของกองทัพอเมริกาที่ยังคงรับราชการอยู่ พวกเขาจะเฝ้าสุสานกันแบบตลอดเวลาและตลอดทั้งวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นวันปิดทำการเพราะสภาพอากาศแปรปรวนก็ตาม

Scroll To Top